วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

หายวับ 50 ตร.ว. ที่ดินสหกรณ์แบกดอกปี 10 ล.

จำนวนผู้เข้าชม IP Address

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 16 มิ.ย.60 ชมรมพิทักษ์ครูลำปาง นำโดยนายเชิดศักดิ์ เสริมสุข ประธานชมรมฯ พร้อมสมาชิก ได้รวมตัวกันที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง  เพื่อติดตามความคืบหน้า กรณีการดำเนินคดีกับอดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง และกรรมการ  กรณีการจัดซื้อที่ดินในราคาสูงเกินกว่าเหตุ  สืบเนื่องจากคณะกรรมการชุดที่ 56  ได้ซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ เป็นเงิน 252 ล้านบาท  โดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบพัสดุของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง พ.ศ. 2549  และยังไม่ทำตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ซึ่งกำหนดให้ซื้อที่ดินแปลงเดียว 15 ไร่ แต่มีการซื้อที่ดิน  2 แปลง และรวมพื้นที่ได้ 14.3 ไร่  อีกทั้งยังมีลำเหมืองผ่านกลาง นอกจากนั้นก่อนการจัดซื้อก็ไม่มีการตรวจสอบแนวเขตชี้วัด เมื่อทำสัญญาแล้วปรากฏว่าที่ดินแปลงนี้หายไป 50 ตารางวา   ขณะที่ที่ดินใกล้เคียง เฉลี่ยไร่ละ 5.3 ล้านบาทเศษ  แต่ที่ดินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ราคาพุ่งสูงถึงไร่ละ 16.8 ล้านบาท  ซึ่งหลังจากมีเรื่องร้องเรียนทางสหกรณ์จังหวัด สั่งให้ยุติการดำเนินการต่างๆในที่ดินผืนนี้ทันที

ต่อมา ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ได้ดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการชุดจัดซื้อที่ดินไปแล้วทั้งหมด โดยแจ้งข้อหาว่าร่วมกันฉ้อโกง เมื่อประมาณกลางเดือน ม.ค.60 ที่ผ่านมา  พร้อมกับฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีแพ่ง  เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.59  กรณีค่าใช้จ่ายในการแก้ไขแบบแปลนอาคารที่ทำการฯ กว่า 1 ล้านบาท  พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น

นายเชิดศักดิ์ เสริมสุข  ประธานชมรมพิทักษ์ครูลำปาง กล่าวว่า สิ่งที่สมาชิกต้องการคือ อยากได้เงิน 252 ล้านคืนมา เพราะเงินตรงนี้เป็นเงินที่กู้ธนาคารมา เงินที่นำไปจ่ายดอกเบี้ยทุกปีก็เป็นเงินภาษีของสมาชิกทั้งนั้น  ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เกิดจากการกระทำของคณะกรรมการชุดเก่า การบริหารงานต่างๆไม่โปร่งใส มีทั้งปัญหาเรื่องการจัดซื้อที่ดิน  ปัญหาการทำประกันชีวิตผิดประเภท  และการผิดระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์  โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน  ก่อนการทำสัญญาซื้อขายไม่มีการตรวจสอบรังวัดแนวเขตที่ดินก่อน ทราบจากรายงานของคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงว่าที่ดินหายไป 50 ตารางวา   นอกจากนั้นที่ดินยังมีลำเหมืองผ่านกลาง ซึ่งในตอนแรกได้มีการถมลำเหมืองแม่ปูนไปแล้ว แต่เกิดปัญหาน้ำท่วม เจ้าหน้าที่เทศบาลนครมาตรวจสอบพบว่ามีการถมดินปิดกั้นลำเหมืองไว้ ต้องขุดดินออกเพื่อเปิดช่องทางให้น้ำไหลผ่านไปได้  เรื่องเหล่านี้ได้มีการปกปิดกันมานาน ซึ่งสมาชิกครูได้รับทราบเมื่อไม่นานมานี้ จึงได้รวมตัวกันในนามชมรมพิทักษ์ครู เพื่อเรียกกร้องให้ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ดำเนินการเอาผิดกับคนที่ทำไม่ถูกต้อง

ด้านนายสมศักดิ์ สลีวงศ์ ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง  กล่าวว่า ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ได้มีการดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการจัดซื้อที่ดิน ซึ่งขณะนี้กระบวนการอยู่ในชั้นศาล ได้มีการส่งข้อมูลหลักฐานต่างๆให้ทางศาลหมดแล้ว ยืนยันว่าทางสหกรณ์ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ได้รับมอบอำนาจตามกฎหมายนิติบุคคล  สิ่งที่ทำไปโดยไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว เพื่อประโยชน์ของสมาชิก   จากปัญหาการจัดซื้อที่ดินดังกล่าว ทำให้ทุกวันนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ต้องรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่นำไปซื้อที่ดิน ปีละเกือบ 10 ล้านบาท หากไม่มีพันธะตรงนี้ สามารถนำเงินส่วนนี้ไปจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

นายอธิพัชร์ ทารักษ์  ทนายความ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง  กล่าวถึงเรื่องคดีว่า ตอนนี้การฟ้องคดีแพ่งอยู่ในขั้นตอนของการสืบพยานนัดสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้ต้องรอศาลตัดสินคดี คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน  ส่วนคดีอาญานั้น ได้มีการส่งเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องยังไม่ส่งกลับมา ซึ่งต้องรอทาง ป.ป.ช.ชี้มูลต่อไป

จากนั้นทางผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ และสมาชิกชมรมพิทักษ์ครู ได้นำไปดูหลักเขตของโฉนดที่ดินของสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งพบว่าหลักหมุดได้ฝังอยู่บนถนน ปัจจุบันกลายเป็นถนนทางเข้าของโรงแรมแห่งหนึ่ง    โดยผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู กล่าวว่า นี่คือผลของการทำไม่ถูกต้องตามระเบียบ ไม่มีการตรวจสอบรังวัดที่ดินตั้งแต่ต้น  ทำให้ที่ดินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ที่ซื้อมาในราคา 252 ล้านบาท หายไป 50 ตารางวา  ตอนนี้กลายเป็นถนนของเอกชนไปแล้ว หากต้องการเอาคืนก็คงต้องมีการฟ้องร้องกันเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีก

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปทางโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ติดกับที่ดินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำปาง  โดยมีพนักงานหญิงเป็นผู้รับสาย และได้แจ้งว่า ไม่สามารถให้รายละเอียดในเรื่องนี้ได้ ขอสอบถามผู้มีอำนาจในการให้ข้อมูลก่อน จะติดต่อกลับในภายหลัง

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1134 วันที่ 23 - 29 มิถุนายน 2560)      


Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support