วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เชียงใหม่เมืองกาแฟ เติมฝันบ้านป่าเหมี้ยง

จำนวนผู้เข้าชม url and counting visits

ในห้วงเวลาการเติบโตของธุรกิจกาแฟทั่วโลกเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตามปกติแล้วธุรกิจกาแฟที่ไหนๆก็ดูเหมือนจะกระจายไปทั่ว สังเกตจากร้านกาแฟน้อยใหญ่ ทุกสไตล์แทรกตัวอยู่ตามชุมชุมและในเมืองใหญ่ ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้ตื่นตัวกับการรวมพลังผลักดันโครงการ"เชียงใหม่เมืองกาแฟ" โดยเชื่อมโยงให้มีธุรกิจกาแฟ 3 ส่วนคือ ตั้งแต่ต้นน้ำคือพื้นที่ปลูก กลางน้ำหมายถึงการแปรรูปและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกาแฟ ไปจนจนถึงธุรกิจร้านกาแฟซึ่งเป็นปลายน้ำซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดนักชิมกาแฟ และคนที่มีจริตนิยมดื่มกาแฟในยามว่าง หรือแม้กระทั่งคอกาแฟที่คลั่งไคล้การชิมกาแฟ "ต้องมา"

สุกิจ ชัยเมืองเลน นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเหนือ เผยว่า ก่อนจะเป็นโครงการโครงการเชียงใหม่เมืองกาแฟ ก็มีการหารือและผลักดันและเตรียมความพร้อมร่วมกันหลายฝ่าย โดยก่อนหน้านี้ได้ผลักดันให้ เชียงรายเป็นเมืองชา  จากนั้นก็มาผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองกาแฟ ซึ่งเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว และมีธุรกิจร้านกาแฟจำนวนมาก การตื่นตัวและการรวมพลังจึงมีสูง  ดังนั้น การดันเชียงใหม่เมืองกาแฟ จะถือว่าเป็นโมเดลขนาดใหญ่ ที่สร้างฐานความรู้ ทั้ง 3 ส่วน ให้มีมาตรฐานเดียวกัน สามารถส่งต่อ หรือกระจายไปยังจังหวัดอื่นๆได้ ขณะเดียวกัน จังหวัดใกล้เคียงก็ได้ประโยชน์จากโมเดลนี้ ทั้งเรื่องการเชื่อมโยงแหล่งวัตถุดิบ การแรรูปและ โมเดลของธุรกิจร้านกาแฟที่มีมาตรฐาน มีหลักสูตรการเรียนรู้เรื่องของการคัดเมล็ดกาแฟที่ได้จากการเก็บเกี่ยว รวมไปถึงหลักสูตรการคั่วกาแฟ และอาชีพบาริสต้า ผู้ชงกาแฟที่มีทักษะตามมาตรฐานสากล  

อ้อน-อโรชา ผิวงาม และ คมสัน จันทร์งาม  เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านป่าเหมี้ยง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ที่เข้ามาสู่การเรียนรู้ในโครงการนี้บอกว่า หลังจากพัฒนาตัวเองจาก เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟที่บ้านป่าเหมี้ยง มาแปรรูปคั่วกาแฟ และกำลังศึกษาการทำธุรกิจร้านกาแฟ เพื่อเดินไปสู่การสร้างธุรกิจกาแฟแบบครบวงจรที่ตั้งอยู่ในชุมชนของตนเองเพราะนอกจากจะเป็นการยกระดับรายได้ของเกษตรกรแล้วยัง มีโอกาสรายได้จากการท่องเที่ยวในอนาคต

แน่นอนว่าปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกกาแฟมากมาย แต่ละแห่งก็มีลักษณะเฉพาะ หรือจุดขายที่แตกต่างกันออกไป ในฐานนะที่เราเป็นลูกหลานเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ เรามองว่าโอกาสในธุรกิจกาแฟยังมีอีกมาก แต่ต้องศึกษาและพัฒนาตัวเองอีกค่อนข้างมาก หากจะก้าวขึ้นไปจากความเป็นเกษตรกรที่แค่ผู้ขายเมล็ดกาแฟดิบ  เรียนรู้การคั่วกาแฟในรูปของกลุ่มเกษตรกรรวมตัวกันทำโรงคั่วในชุมชน แต่การคั่วกาแฟก็มีรายละเอียดที่ต้องเรียนรู้มากมาย มากไปกว่านั้นการจะทำร้านกาแฟ ที่เป็นเหมือนประตูนำผลผลิตไปถึงผู้บริโภคด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ระยะทางของการเรียนรู้ยังอีกยาวไกล หากจะทำให้กาแฟจากบ้านป่าเหมี้ยงเป็นที่รู้จักและเอ่ยถึง


บ้านป่าเหมี้ยง เองก็มีจุดเด่นและมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว คนทั่วไปเริ่มรู้จักว่าบ้านป่าเหมี้ยงเป็นดินแดนที่จะขึ้นไปชมดอกเสี้ยวบานในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีโฮมสเตย์รับนักท่องเที่ยวตลอดปี แต่มีน้อยคนมากที่จะรู้จักว่าบ้านป่าเหมี้ยงเป็นแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดีด้วยเช่นกัน เพราะที่นั่นมีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นตลอดปี

ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเราเริ่มพัฒนาในการทำโรงคั่วกาแฟของชุมชนร่วมกัน ส่วนเราเองก็สนใจเพิ่มเติมในการทำธุรกิจร้านกาแฟ การมาเรียนรู้หลักสูตรบาริสต้า และหลักสูตรการคั่วกาแฟ ร่วมกับโครงการเชียงใหม่เมืองกาแฟ ก็ถือว่าเป็นการสร้างโอกาสในการยกระดับให้เราก้าวไปแตะ คำว่า "ธุรกิจกาแฟ" เต็มรูปแบบ

" อ้อนสนใจทำร้านกาแฟของตัวเองที่บ้าน เพราะทำเลที่บ้านอ้อน สามาถมองเห็นวิวของหมู่บ้านป่าเหมี้ยงที่อยู่กลางหุบเขา หากเรานึกภาพนักท่องเที่ยวมานั่งจิบกาแฟที่นี่ ซึ่งเป็นกาแฟที่ปลูกในหมู่บ้าน แปรรูปในชุมชนของเรา และจิบกาแฟในบรรยากาศในพื้นที่ปลูก มันจะมีความหมายในอีกมิติหนึ่ง หลายคนเคยถามว่า ทำไมไม่เอากาแฟมาตั้งร้านในเมือง แต่อ้อนมองว่าเราอยากอยู่บ้านเกิดและชวนให้ผู้คนเข้าไปสัมผัสกับวิชีชุมชนของเรา ซึ่งต่างจากการนั่งจิบกาแฟในร้านกาแฟในตัวเมือง หากเราทำได้ตามที่ตั้งใจได้จริง และหาช่องทางสื่อออกไปให้คนข้างนอกรู้ และอยากดื่มกาแฟในพื้นที่จะเกิดผลพลอยได้ในเรื่องเศรษฐกิจชุมชน อีกมากมาย เกษตรกรในชุมชนก็จะพัฒนาตัวเองให้มีรายได้มากขึ้นในวิถีชีวิตเดิม " อ้อนกล่าว

นี่เป็นอีกหนึ่งในมิติเล็กๆที่เรียงร้อยอยู่ในกลไกลของโครงการขนาดใหญ่  ความสวยงามของฝันเล็กๆ ยังเป็นพลังของขบวนการฝันใหญ่ได้ไม่น้อย เพราะคำว่าเชียงใหม่เมืองกาแฟ อาจจะเป็นฐานของการสร้างองค์ความรู้ให้กับ กาแฟชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงให้เติบโตอย่างมีอัตลักษณ์ได้เช่นกัน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1132 วันที่ 9 - 15 มิถุนายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support