วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

หมอกควันมาแล้วจ้า

จำนวนผู้เข้าชม my widget for counting

คลื่อนเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ฤดูกาลแห่งหมอกควัน ก็กลับมาเยือนลำปางอีกครั้ง นั่นหมายถึงความเสี่ยงในหลายโรคร้ายจากหมอกควันพิษ

ย้อนไปดูปัญหาที่กระทบต่อสุขภาพ อนามัยของคนลำปาง แม้ว่าแหล่งปล่อยมลพิษสำคัญคือโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ จะใช้เทคโนโลยีทันสมัยทำให้ฝุ่นควัน กลายเป็นพลังงานสะอาดไปแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังคงมีปัญหาคุณภาพอากาศในระดับสูง ที่ยังไม่รู้แหล่งที่มาชัดเจน

นอกจากฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วแล้ว ปัญหาที่กำลังคืบคลานเข้ามา คือหมอกควัน ที่เกิดขึ้นทุกปีในห้วงระยะเวลานี้ ข้อสันนิษฐานต่างๆ ในแหล่งที่มาของการเผาป่า อันเป็นต้นเหตุสำคัญของไฟไหม้ป่า เริ่มชัดขึ้น เมื่อคนพูดถึงการปลูกไร่ข้าวโพด

ก่อนหน้านี้ สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ  ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เกินจากค่ามาตรฐานไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลายพื้นที่

ในหลายพื้นที่นั้น ที่ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ, ลำปางพบ 169 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  ซึ่งก็ยังน่าสงสัยว่าจะเป็นผลมาจากเหมืองและโรงไฟฟ้าแม่เมาะหรือไม่

ยังพบฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานที่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 155 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ, ลำปาง 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนพื้นที่ที่มีต่าง PM10 เกินกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คือ พะเยา แพร่ ลำพูน

ลำปางหนักสุด

เราพบว่าทุกต้นปีในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน ประชาชนต่างต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ อันเกิดจากหมอกควัน เมื่อหมอกควันเคลื่อนตัวมาปกคลุมถนนหนทาง บ้านเรือนที่พักอาศัย ยาวนานราว 2 3 เดือน เด็กเล็ก คนชรา ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ต้องยอมรับสภาพร่างกายที่อ่อนแอลง กับการมาถึงของฤดูหมอกควัน

ผู้คนที่สัญจรไปมาต้องอยู่ในความเสี่ยงภัยอุบัติเหตุทางรถยนต์  จากการถูกบดบังทัศนวิสัย ปรากฏการณ์หมอกควันเป็นภัยจากน้ำมือมนุษย์ ซึ่งควรต้องจัดการปัญหาซ้ำซากนี้ หรือบรรเทาความเสียหายจากปัญหาหมอกควันได้ หากได้เข้าถึงต้นตอแห่งปัญหาที่แท้จริง

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการที่ปรึกษานิตยสาร “สารคดี” สื่อมวลชนผู้สนใจและเกาะติดสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย เล่าเรื่องปัญหาหมอกควัน ไว้ในเฟซบุ๊คของเขาความตอนหนึ่งว่า

คนในสังคมหลงเชื่อมานานแล้วว่า ปัญหาหมอกควันพิษในภาคเหนืออันเกิดขึ้นทุกปีในช่วงหน้าแล้ง มาจากการเผาป่าเพื่อหาเห็ด หาผักหวานของชาวบ้าน แต่สาเหตุสำคัญคือการเผาซากไร่ข้าวโพด และเผาป่า เพื่อทำไร่ข้าวโพด ในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่ไม่มีใครกล้าพูดถึง เราเผาป่าต้นน้ำหลายสิบล้านไร่เพื่อเปลี่ยนเป็นข้าวโพด ทำอาหารสัตว์ ส่งออกขายเมืองนอกทำกำไรให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเกษตรมหาศาล กับสิ่งที่แลกมาคือ หมอกควันพิษ ดินถล่ม น้ำท่วม น้ำแล้ง และความยากจนเป็นหนี้สินของเกษตรกรรายย่อย

หลายปีก่อน เคยขับรถมุ่งหน้าจากอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ไปสู่อำเภอสวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ คืออำเภอแม่แจ่ม หนทางคดเคี้ยว แต่สองข้างทางเป็นภูเขาป่าใหญ่ บางช่วงมีลำธารทอดขนานไปกับถนน เห็นสภาพป่าแล้วต้องไขกระจกรถออกมาสูดอากาศและชมความสมบูรณ์ความเขียวขจีของป่าต้นน้ำ จำได้ว่าเคยหยุดพักทอดสายตาดูแม่น้ำแม่แจ่ม มีต้นน้ำมาจากป่าใหญ่ในอุทยานแห่งชาติออบหลวงไหลผ่านอำเภอแม่แจ่มและไปออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด แต่วันนี้หากใครเดินทางไปแถวนั้น จะเห็นภาพจำได้ติดตาคือ ภูเขาหัวโล้นสุดลูกหูลูกตา ผู้บุกรุกเผาป่า ถางป่าเตรียมพื้นที่เพาะปลูกไร่ข้าวโพด พอหลังฤดูเก็บเกี่ยว ก็เผาซากไร่เพื่อเตรียมเพาะปลูกใหม่”

ไม่เพียงอำเภอแม่แจ่ม และหลายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ตามบันทึกของวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์เท่านั้น  หากพื้นที่กว่าแสนไร่ ในเขตอำเภองาว วังเหนือ แม่ทะ และกระจายไปในทุกอำเภอ ในเขตจังหวัดลำปาง ก็มีการบุกรุกป่าปลูกไร่ข้าวโพด โดยมีแรงจูงใจจากบริษัทค้าพืชไร่ยักษ์ใหญ่ เป็นปรากฏการณ์ร่วมไม่แตกต่างไปจากที่เชียงใหม่ น่าน และลำพูนด้วย

 เราจะรับมือกับฝุ่นละอองพิษ หมอกควัน ที่เคลื่อนทัพมายึดเมืองลำปางในทุกช่วงต้นปีนี้ได้อย่างไร

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1166 วันที่ 9 - 15 กุมภาพันธ์ 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support