วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561

ผู้ว่าฯเข้มกองทุนไฟฟ้าสั่งกรองละเอียดพบ 6 ปี งบเกินจริง

จำนวนผู้เข้าชม url and counting visits

ผู้ว่าฯสั่งกลั่นกรองถี่ยิบ โครงการกองทุนไฟฟ้าปี 62 รองผู้ว่าฯยันตรวจสอบให้ละเอียดมากที่สุด เน้นตั้งอนุกรรมการตรวจสอบเข้มการซื้อหมู่ซื้อไก่ การศึกษา และสาธารณสุข  หลังจาก 6 ปีที่ผ่านมาใช้เงินไม่ตอบโจทย์ เผยที่ผ่านมามีการตั้งงบประมาณสูงเกินจริง เนื่องจากไม่มีการอิงราคากลาง

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.61 ที่ผ่านมา  นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้เป็นประธานการประชุมการกลั่นกรองโครงการ งบประมาณกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ปี 2562 ร่วมกับนายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อ.แม่เมาะ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจในการนำเสนอโครงการการใช้งบประมาณกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ในปีงบประมาณ 2562

นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้นัดประชุมให้แนวทางการใช้เงินกองทุนในปี 2562  เนื่องจากตั้งแต่ปี 2555 ที่มีการตั้งกองทุนขนาดใหญ่ขึ้นมาใช้เงินก็ยังไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ตอบปัญหาในพื้นที่จริง เมื่อช่วงเดือน ม.ค.61 ที่ผ่านมา จึงได้มีการเริ่มปรับการขออนุมัติโครงการของปี 62 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  เพราะที่ผ่านมาอาจเข้าถึงคนกลุ่มเดียว

ซึ่งทางอำเภอแม่เมาะมีแผนพัฒนาอำเภออยู่แล้ว น่าจะนำแผนเหล่านี้มาประกอบกับการทำโครงการ นอกจากนั้นยังได้มีการกลั่นกรองโครงการเพิ่มเติมกับปีก่อน คือ มีการตั้งคณะกรรมการจากคนภายนอกเข้ามาร่วมกลั่นกรอง เช่น การซื้อหมู ซื้อไก่ เสนอแต่งตั้งให้ นายศรีโรจน์  รองผู้ว่าฯ เป็นประธานอนุกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งโครงการจะต้องผ่านการประชาคมหมู่บ้านจริง  นอกจากนั้นด้านการศึกษา ได้เชิญอาจารย์สมาน ฟูแสง มาเป็นประธานอนุกรรมการกลั่นกรองด้านการศึกษา และด้านสาธารณสุข ได้ตั้งให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลงไปตรวจสอบ ซึ่งในปี 62 กำหนดทำโครงการเสนอคณะกรรมการกองทุนให้เสร็จภายในวันที่ 15 พ.ค.61 นี้

รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า  การเริ่มคัดกรองโครงการได้เริ่มมาตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา หลักเกณฑ์คือ  ต้องเป็นโครงการที่กฎหมายรองรับ จะซื้อของแจกเหมือนสมัยก่อนไม่ได้  และ ต้องเป็นโครงการที่มีการดูแลทรัพย์สินต่อไป เช่น ครุภัณฑ์  คอมพิวเตอร์ แอร์ ตู้เย็น ที่ผ่านมาไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงาน ต่อไปนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต้องเข้ามาดูแลต่อ รวมไปถึงเรื่องสาธารณูปโภค ถนนหนทางด้วย จะไม่มีการตั้งงบกองทุนเข้ามาดูแลรักษา หน่วยงานต้องรับดูแลเอง  โดยจะมีการแบ่งสัดส่วนงบประมาณทั้งหมด ให้ลงด้านการศึกษา 10 เปอร์เซ็นต์  แหล่งน้ำ 10 เปอร์เซ็นต์ และสาธารณสุข 10 เปอร์เซ็นต์  แบ่งให้นอกพื้นที่ 12 อำเภอ 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 60 เปอร์เซ็นต์ นำมาแบ่งเป็น 3 ส่วน   ส่วนแรกแบ่ง 3 ส่วน ให้กับหมู่บ้าน ให้หมู่บ้านเสนอผ่านการประชาคม หรือใช้การประชาคมตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนมาร่วมได้  ส่วนที่ 2 แบ่ง 3.5 ส่วน ให้กับตำบล เสนอโครงการของตำบล 5 ตำบล ต้องเป็นโครงการที่สะท้อนมาจากการประชาคมหมู่บ้าน  และส่วนที่ 3 แบ่ง 3.5 ส่วน เป็นของอำเภอ

หลังจากที่เสนอโครงการมาแล้ว ทางคณะกรรมการกองทุนฯ ก็จะนำมากลั่นกรองอีกครั้ง เน้นดูในเรื่องของตัวโครงการ และการประมาณการราคา เพราะที่ผ่านมามีการบวกราคาเกินจริง ไม่มีการอิงกับราคากลาง ซึ่งต่อไปนี้จะมีการตรวจสอบละเอียดและดูการใช้งบประมาณตามความเหมาะสม  ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบภายในวันที่ 30 มิ.ย. 61  นายศรีโรจน์ กล่าว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1175 วันที่ 20 - 26 เมษายน 2561)
Share:

2 ความคิดเห็น:

  1. ทำซะทีก็ดีครับ จะได้ใช้งบให้คุ้มค่าและดูผลที่ได้รับด้วย ควรให้ มอราชภัฏลำปางตรวจสอบผลการดำเนินการที่ผ่านมาและที่จะทำว่าสำเร็จหรือล้มเหลว ใครควรรับผิดชอบส่วนใดบ้างแล้วประกาศแจ้งประชาชนทางหนังสือพิมพ์ก็ได้ครับ จะได้รับทราบร่วมกันมิให้เหลือบมาหากินสะดวกได้

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ25 เมษายน 2561 05:26

    น่าจะทำแบบนี้มาตั้งนานแล้วครับ เพราะงบที่เสียไปแต่ละปีมีเพียงคนไม่กี่กลุ่มที่ได้ผลประโยชน์ เอางบไปทิ้งๆขว้างๆ ไร้ประโบชน์ ควรมีการตรวจสอบงบย้อนหลังว่านำไปใช้ในทางใคบ้าง ถ้ามีการนำไปใช้ในทางที่มิชอบก็น่าจะมีการดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิด เพราะเงินนี้เป็นของส่วนรวม

    ตอบลบ

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support