วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

แจ้ซ้อนออนเซ็น ยกระดับสู่เมืองสปา

จำนวนผู้เข้าชม IP Address

ไม่อยากจะเชื่อ ว่าแหล่งน้ำพุร้อนในประเทศไทย มีกระจายอยู่ใน 27 จังหวัด ที่ได้รับการพัฒนาแล้วมากถึง 129 แห่ง เฉพาะในภาคเหนือ ก็มีมากถึง 74 แห่ง ชาวต่างชาติได้รู้คงอุทานว่า “Oh My God

จากข้อมูล การพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนในประเทศไทยของสโมสรน้ำพุร้อนไทย (Thai Hot spring Club) พบว่า ระดับการพัฒนาบ่อน้ำพุร้อนในประเทศไทย มีหลายระดับ ว่ากันตั้งแต่ ระดับแรก คือ ใช้ประโยชน์แบบดิบๆแบบบ้านๆ สำหรับคนในพื้นที่ ระดับ 2 ใช้ประโยชน์แบบสาธารณะ แบบพื้นๆไม่มีมาตรฐาน ไม่มีบริการแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น  ระดับ 3 ใช้ประโยชน์แบบสาธารณะอย่างมีเป้าหมาย มีมาตรฐาน มีกิจกรรมสปาบางส่วน มีบริการด้านที่พัก อาหารการกิน ( เช่น ออนเซ็น + เรียวกัง)  ระดับ 4 : ใช้ประโยชน์แบบสาธารณะอย่างมีเป้าหมาย มีมาตรฐาน มีกิจกรรมสปาเต็มรูปแบบ พร้อมที่พัก อาหารการกิน มีพื้นที่และ สภาพแวดล้อมเป็นธรรมชาติสวยงาม เป็นคุณต่อสุขภาพ (เช่น Destination Hot spring Spa ) ระดับที่ 5  เป็นสปาทั้งปริมณฑลรอบแหล่งน้ำพุร้อนคือเป็นเมืองสปา (Spa Town) เป็นเมืองสุขภาพ เมืองน่าอยู่น่ามาเยือน เป็นเมืองที่มีความสุนทรี

 

เมืองสปา จึงควรเป็นจุดหมายของการพัฒนาแหล่งนำพุร้อน เพราะเป็นการพัฒนาระดับสูงสุดเทียบเท่ากับที่สมาคมออนเซ็นญี่ปุ่นมีความภาคภูมิใจว่า เมืองออนเซ็นหรือเมืองสปาของประเทศเขาก้าวสู่ระดับสุนทรี หรือ Stage of Art

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการพบและพัฒนาใช้ประโยชน์มากว่า 30 ปี ส่วนใหญ่ของแหล่งน้ำพุร้อนไทย มีขีดความสามารถในการแข่งขันน้อย ส่วนใหญ่เป็นการใช้ประโยชน์แบบบ้านๆ แช่เท้า แช่ไข่ อาบแบบชาวบ้าน ซึ่งยังไม่สามารถดึงดูดการท่องเที่ยวจากภายนอก ให้เกิดผลต่อการสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างเศรษฐกิจแก่ท้องถิ่นมากนัก เพราะยังขาดการพัฒนารูปแบบให้รองรับวัฒนธรรมการอาบน้ำแบบสาธารณะ (Public Bath) ที่ได้มาตรฐานที่ดีเหมือนญี่ปุ่นหรือ ยุโรป

 

โอกาสและแนวทางดำเนินธุรกิจน้ำพุร้อนร้อนในประเทศไทย จึงมุ่งเป้าหมายแรกไปที่ Destination Hot Spring Spa : แหล่งบริการอาบน้ำแร่แบบสาธารณะ มีบริการที่พัก อาหาร และกิจกรรมสปาบางส่วน ซึ่งเป็นรูปแบบที่แพร่หลายสามารถสร้างเศรษฐกิจและดึงดูดการท่องเที่ยวจากภายนอกได้ในทั่วโลกขณะนี้

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ก็ถือเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทยที่ใครๆก็รู้จัก แต่น้อยคนนักอาจจะรู้ลึกว่า อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งทางด้านทิศตะวันตกสันเทือกเขาผีปันน้ำ ซึ่งเป็นเขตแบ่งระหว่างจังหวัดลำปางกับจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร น้ำตก แอ่งน้ำอุ่น บ่อน้ำพุร้อน เช่นเดียวกับพื้นที่แนวเขตติดต่อกันในเทือกเขานี้ คือที่ บ้านบ้านแม่กำปอง อ.แม่ออน และที่บ่อน้ำพุร้อน อ.สันกำแพง รวมถึง อ.ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ หากเลยไปถึง อ.แม่ขะจาน  และบ่อน้ำพุร้อนใน  ตัวเมืองจังหวัดเชียงรายอีกหลายแห่ง เทือกเขานี้จึงมีมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติที่ให้ผู้คนอยากไปพักผ่อนหย่อนกาย ในช่วงวันหยุดให้ดีแก่ใจ





อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนถือเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่พิเศษ เพราะมีน้ำตกและน้ำพุร้อนไหลไปบรรจบกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมตลอดทั้งปี สถิติการเข้าเยี่ยมชมจากนักท่องเที่ยวปีละประมาณ 200,000 คน สามารถสร้างรายได้จากค่าบริการมากกว่า 12,000,000 บาทต่อปี

ทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดลำปางได้ดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดลำปาง พ.. 2561 –2564 ยุทธศาสตร์พัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวที่เน้นอัตลักษณ์ชุมชน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ด้านการยกระดับมาตรฐานระบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล  ตามมติตามมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเพื่อจัดทางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจาปี 2561 ตลอดจนนโยบายการพัฒนาจังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในการพัฒนาจังหวัดลำปางให้เป็นเมืองท่องเที่ยวลำปาง..ปลายทางฝัน

เพื่อเพิ่มศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว ด้านพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้ครอบคลุมทุกจุดบริการในอุทยานแห่งชาติในปี 2561  ต่อเนื่องไปถึงปี 2562 ยกระดับให้เป็นแหล่งสปาระดับสากล โดยจัดทำโครงการบ่อน้ำพุร้อนทั้งในร่มและกลางแจ้ง แบ่งพื้นที่สำหรับชาย หญิง เลียบน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน

 

ออกแบบสถานที่ ตามขั้นตอนในการแช่บ่อน้ำร้อนออนเซ็น คือ พื้นที่ ห้อง 1. อาบน้ำล้างตัวก่อนลงแช่ในบ่อน้ำร้อนออนเซ็น จากนั้นเข้าสู่โซนชำระร่างกายด้วยน้ำร้อน (Kakeyu) เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายให้ปรับตัว ชินกับน้ำร้อน

บ่อออนเซ็นระดับน้ำครึ่งตัว (Hanshin-yoku) สำหรับเริ่มแช่ตัวลงในน้ำร้อนเพียงครึ่งตัวถึงแค่ระดับเอวก่อน และบ่อออนเซ็นระดับน้ำถึงไหล่ กว้างพอที่จะลอยตัวได้ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี

ทั้งนี้จังหวัดลำปางมีแผนจะสร้างบ่อออนเซ็น ขนาดเล็กแช่ได้ 5 คน ขนาดใหญ่แช่ได้ 10 คน แยกชาย-หญิง  ซึ่งเป็นเป็นบ่อน้ำร้อนที่ขนานกับน้ำตกแจ้ซ้อน มีทั้งแบบกลางแจ้ง และกึ่งกลางแจ้ง (มีระนาบหลังคา ศาลา หรือร่มไม้ที่ให้ร่มเงา)  รวมถึงบริเวณที่ใช้เป็นอาคารต้อนรับ  ที่เก็บของ ห้องอาบน้ำ ฯลฯ อยู่ฝั่งเดียวกับอุทยานฯ ใช้วิธีปิดล้อมพื้นที่เพื่อความเป็นส่วนตัวด้วยน้ำ รั้ว และต้นไม้ และเปิดมุมมองมาที่น้ำตกแจ้ซ้อน และพื้นที่ฝั่งตรงข้ามที่มีการปรับภูมิทัศน์แล้ว โครงการพัฒนาดังกล่าวถือเป็นการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวของลำปาง ที่มีศักยภาพอยู่แล้วให้เป็นจุดดึงดูดการท่องเที่ยวระดับสากล

การท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในปีนี้จะส่งผลต่อลำปางในอนาคต การพัฒนา “แจ้ซ้อนออนเซ็น” ให้เป็น Destination Hot Spring Spa ไม่ไกลเกินปลายทางฝัน ในระยะเวลาอันใกล้นี้  
                                                                                                ศชากานท์ แก้วแพร่ : รายงาน


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1180 วันที่ 25 -31 พฤษภาคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support