วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

นอภ.เกาะคาชนรุกริมวังต่อเติมบ้าน-ฮุบที่สาธารณะ



นายอำเภอเกาะคาสุดทน นำทีมผู้นำท้องถิ่นเอาผิดผู้บุกรุกที่สาธารณะริมแม่น้ำวัง พบต่อเติมบ้านไม่ขออนุญาต และยังฉวยโอกาสฮุบที่ดินสาธารณะประโยชน์ เรียกประชุมส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.61 เวลา 10.00 น.  บริเวณที่ดินสาธารณประโยชน์ริมแม่น้ำวัง บ้านท่าผา หมู่ 4 ต.ท่าผา อ.เกาะคา จ.ลำปาง นายมนตรี นาคถาวร นายอำเภอเกาะคา และ นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมชี้แจง กรณีที่ดินสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ตำบลท่าผา อ.เกาะคา จ.ลำปาง  ถูกบุกรุกมีการนำรั้วลวดหนามเข้ามาล้อม และปลูกต้นไม้ ประมาณ 3 ไร่เศษ ซึ่งทางเทศบาลตำบลเกาะคาได้เนินการแจ้งวามดำเนินคดีกับผู้บุกรุกไว้แล้ว หลังจากมีผู้อ้างกรรมสิทธิ์ เป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวติดกับน้ำวัง ซึ่งก่อนหน้าทางเทศบาลตำบลเกาะคาได้แจ้งให้ผู้บุกรุกนำเอกสารสิทธิต่างๆ พร้อมหนังสือขออนุมัติในกรณีต่อเติมอาคารลุกล้ำในเขตของรัฐ มายื่นต่อเทศบาลภายใน 15 วัน แต่กลับไม่ได้เอกสารหลักฐานในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่อย่างใด

นายมนตรี นาคถาวร นายอำเภอเกาะคา  เปิดเผยว่า เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นของกรมเจ้าท่า แต่พื้นที่มี มากจึงได้มอบให้ทางอำเภอดูแล  แต่ต่อมามีหน่วยงานท้องถิ่นเกิดขึ้นจึงมีการมอบหมายให้หน่วยงานท้องถิ่นได้เข้ามาร่วมดูแลด้วย  ซึ่งพื้นที่สาธารณะบริเวณนี้มีเทศบาลตำบลเกาะคาดูแลอยู่ หากมีการพัฒนาแล้วก็ไม่อยากให้เทศบาลรับผิดชอบเพียงคนเดียว เมื่อเกิดปัญหามีผู้บุกรุกที่ดิน จึงต้องหารือกับทุกฝ่ายเพื่อขอความเห็นและร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป

น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา กล่าวว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ทางเทศบาลจึงได้ขออนุญาตทำการการขุดลอกมาและพ่นทรายเข้ามาทับถมในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 2558  และเมื่อมีการขุดลอกแม่น้ำวังก็จะขอนำทรายมาถมบริเวณนี้ตลอด ทำให้พื้นที่สูงกว่าจุดอื่นๆ โดยใช้งบของทางเทศบาลถมทรายมาอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งทางเจ้าของอาคารด้านหน้าได้มีการต่อเติมอาคารออกมาโดยไม่ได้ขออนุญาตทางเทศบาล และยังรุกล้ำพื้นที่สาธารณะประโยชน์เข้ามาอีก ในเดือน เม.ย.61 เทศบาลจึงมีหนังสือไปถึงเจ้าของอาคารให้ระงับการก่อสร้างต่อเติมอาคารและห้ามใช้อาคาร เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตจากทางเทศบาล แต่ปรากฏว่าทางเจ้าของอาคารยังได้ทำการล้อมรั้วเพิ่มอาณาเขตในที่ดินอ้อมมาด้านหลัง และมีการปลูกต้นไม้  เทศบาลจึงแจ้งให้นำเอกสารสิทธิ์มาแสดงภายใน 15 วัน แต่ก็ยังนิ่งเฉย  จึงได้มอบหมายให้ปลัดเทศบาลเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกแล้ว และจากนี้จะทำการรังวัดพื้นที่ที่มีการบุกรุกทั้งหมด เพื่อแจ้งให้ผู้บุกรุกรื้อถอนภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการใดๆ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเข้ารื้อถอนต่อไป

นายวุฒิกร พิจอมบุตร ปลัดเทศบาลตำบลเกาะคา  กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีนี้แยกเป็น 2 เรื่องคือ การก่อสร้างต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ   โดยทางเทศบาลได้แจ้งปิดประกาศให้ทางเจ้าของบ้านแล้วให้ทำการรื้อถอนส่วนที่ต่อเติมออกภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งทราบว่าได้มีการดึงประกาศออก และหากไม่ทำตามวันเวลาที่กำหนด ก็จะมีการแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ส่วนกรณีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ได้ประสานงานกับที่ดินอำเภอให้เข้าทำการตรวจสอบพิกัดว่ามีพื้นที่ถูกบุกรุกทั้งหมดเท่าไร คาดว่าจะทราบผลได้ในสัปดาห์หน้า  และจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับกรณีการบุกรุกที่ดินในครั้งนี้ ได้มีการร้องเรียน และเดินขบวนจากประชาชน ชาวอำเภอเกาะคา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อรวมพลังแสดงออกถึงความไม่พอใจในการกระทำของผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะ และกดดันให้รื้อถอนออกไป แต่ทางผู้บุกรุกเองก็ยังนิ่งเฉย และได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ด้วย  ทั้งนี้ ทางอำเภอเกาะคาจึงได้ร่วมกับเทศบาลตำบลเกาะคา จึงได้เรียกประชุมผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน โดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1180 วันที่ 25 - 31 พฤษภาคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support