วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ยึดป่า 200 ไร่ นายทุนกระบี่รุกปลูกยางพารา

จำนวนผู้เข้าชม

เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง ยึดคืนผืนป่า หลังพบกลุ่มทุนมาจากกระบี่และเพชรบูรณ์ เข้ามารุกป่าปลูกยางพารารุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวนมาก จนผู้ใหญ่บ้านและกำนันในพื้นที่ ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา ทนไม่ไหว นำเจ้าหน้าที่เข้าไปชี้จุดเกิดเหตุ พบผู้ครอบครองรายเดียวถึง 8 แปลง เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีทางกฎหมาย

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่  6 ก.ค.61  พ.อ.สมศักดิ์ เตชะสืบ รอง ผอ.รมน.จังหวัดลำปาง นายชูเกียรติ พงศ์ศิริวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง นายดนุศักดิ์ หมื่นโฮ้ง  สายตรวจป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลำปาง เจ้าหน้าที่กองอำนวยการความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง  เจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันและปราบปรามภาคเหนือกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.4 บกปทส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปทส.ภ.5 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา เจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ภ.จว.ลำปาง เจ้าหน้าที่ ตชด.33 เชียงใหม่ ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะคา กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ตำบลไหล่หิน   กว่า 50 นาย เดินทางด้วยรถยนต์กระบะเข้าไปยังพื้นที่ ที่จะทำการปักป้ายตรวจยึด บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่เรียง เขตบ้านมะกอกนาบัว หมู่ 4 ต.ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง  

 

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้รับฟังโอวาทจากหัวหน้าชุด จากนั้นได้กระจายกำลังเข้าไปปิดป้ายประกาศการตรวจยึดพื้นที่แปลงปลูกยางพาลาในวันนี้ทั้งหมด 10 แปลง รวมเนื้อที่ 242 ไร่ เพื่อที่จะได้ให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งดำเนินการตามกฎหมายเพื่อที่จะคืนผืนป่าให้เป็นธรรมชาติดังเดิม

ทั้งนี้ การเข้าตรวจยึดและปักป้ายห้ามเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่แห่งนี้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน กำนันในพื้นที่ตำบลไหล่หิน ว่า มีกลุ่มนายทุน เข้ามาว่าจ้างชาวบ้านในพื้นที่ เข้าไปทำการแผ้วถางป่าจากนั้นก็ได้เข้ามาซื้อต่อจากชาวบ้านในราคาถูก แล้วทำการปลูกต้นยาพารา ทำเป็นขบวนการใหญ่ ทำลายพื้นที่ป่าเสียหายเป็นบริเวณกว้าง อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหามลพิษที่เกิดจากการใช้สารเคมี น้ำยาฆ่าหญ้าในพื้นที่ป่าและเมื่อฝนตกลงมาทำให้เกิดการซะล้างสารพิษเหล่านี้ลงสู่แหล่งน้ำชาวบ้านในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าทีได้ออกสำรวจและพบว่ามีการรุกพื้นที่ป่าสงวนแหงชาติทั้งหมด 10 แปลง แต่ละแปลงมีชื่อของคนนอกพื้นที่ครอบครอง ซึ่งก่อนหน้าที่จะเข้าตรวจยึดทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดประกาศให้เจ้าของแปลงยางพารามาแสดงตัว และพบว่าเป็นนายทุนจากจังหวัดกระบี่ 4 แปลง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ 3 แปลง  ชาวบ้านในพื้นที่ 1 แปลง และอีก 2 แปลง ไม่มีใครมาแสดงตัว โดยได้นำหลักฐานการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางมาแสดง แต่กลับพบว่าพื้นที่ที่ปลูกยางพาราในครั้งนี้ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆอีกทั้งยังเป็นป่าสงวน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดทันที พร้อมทั้งจะเร่งติดตามตัวผู้ที่อ้างว่าครอบครองพื้นที่ปลูกยางพารามาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1187 วันที่ 13 - 19 กรกฎาคม 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support