วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561

ถามบุษบกตอบตลาด 'กิตติภูมิ' ชกลมจ่อยื่น ปปช.สอบ

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

กิตติภูมิเมินตอบคำถามรถบุษบก ขุดปัญหาตลาดหลักเมืองกลบ หลังถูกตั้งข้อสังเกตบริหารจัดการล้มเหลว  ขณะที่เจ้าตัวเตรียมยื่นเรื่องถึง ปปช.ให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างตลาดหลักเมือง ลั่นต้องการให้สังคมรับรู้ความจริง ใครได้ประโยชน์

ในขณะที่สังคมยังคงให้ความสนใจกับประเด็นการจัดซื้อรถบุษบกของเทศบาลนครลำปางจำนวน 9 คัน มูลค่า 9.99 ล้านบาทเศษ และยังคงเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาจนถึงปัจจุบัน ไปสู่การตั้งกลุ่มรณรงค์ลงชื่อถอดถอนนายกเทศมนตรีลำปางและคณะทางเฟชบุ๊ก และมีการตั้งโต๊ะลงรายชื่อเพื่อถอดถอนนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลที่ยกมือให้มติดังกล่าวผ่านสภาด้วย ทางด้านนายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามและให้ความเห็นในเรื่องรถบุษบก  แต่กลับได้มีการโพสต์เฟชบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับเรื่องปัญหาของตลาดหลักเมืองขึ้นแทน

สำหรับการก่อสร้างตลาดหลักเมืองนั้น ได้เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2552 เทศบาลนครลำปาง ในสมัยนายนิมิต จิวะสันติการ เป็นนายกเทศมนตรี  ได้เริ่มดำเนินการรื้อถอนอาคารพาณิชย์ 26 คูหาที่สร้างมานานกว่า 62 ปี และตลาดเทศบาล 1 หลังเก่า ก่อนดำเนินโครงการก่อสร้าง ตลาดเทศบาล 1 หลังใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดสดที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ ส่งเสริมให้ประชาชนได้จับจ่ายซื้อขายสินค้าที่สะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย  จนแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2555 ด้วยงบประมาณดำเนินการรวมทั้งสิ้นกว่า 70 ล้านบาท  และเปิดตลาดอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ต.ค.2555



แต่ปรากฏว่าตั้งแต่เปิดบริการมาจนถึงปัจจุบัน ตลาดกลับไม่คึกคักเช่นเดิม และมีปัญหาต่างๆตามมาอีกมากมาย ทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการของผู้บริหารในยุคสมัยนี้หรือไม่

นายกิตติภูมิ นามวงค์ จึงได้มีการโพสต์ข้อความขึ้นทางเฟชบุ๊กชื่อ นายกภูมิ นามวงค์   โดยใช้หัวข้อว่า “เหตุเกิดที่ตลาดร้อยล้าน”   และได้กล่าวถึงปัญหาต่างๆภายในตลาดหลักเมือง เช่น ลานจอดรถใต้ถุนอาคารตลาดหลักเมือง ที่เกิดปัญหาน้ำรั่วซึมจากท่อน้ำย้อยลงไปด้านล่าง  พร้อมกับได้เล่าถึงการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ แยกเป็นประเด็น 7 ข้อด้วยกัน

โดยระบุว่า 1.โครงการก่อสร้างตลาดร้อยล้าน(หลักเมือง)เป็นนโยบายของอดีตนายกเทศมนตรี ก่อนที่จะฃนำเสนอขอใช้งบประมาณจากสภา ทีมงานของนายกฯเป็นผู้กำหนดแบบแปลนและประมาณการแล้วจึงจัดทำญัตติเข้าสู่สภา   2.การนำเสนอญัตติต่อสภาเป็นหน้าที่ของนายกฯหรือนายกฯจะมอบหมายให้รองนายกฯผู้รับผิดชอบเป็นผู้อ่านญัตติเสนอต่อสภาก็ได้ วันเวลานั้น ดร.กิตติภูมิ นามวงค์ ขณะนั้นเป็นรองนายกเทศมนตรี มอบหมายให้กำกับดูแลกองสาธารณสุข และได้รับมอบหมายจากนายกฯให้เป็นเพียงแค่ผู้อ่านญัตติในสภาเท่านั้น  3.เมื่อญัตติได้ผ่านความเห็นชอบของสภาแล้ว อดีตนายกเทศมนตรีเป็นผู้บริหารงบประมาณและจัดทำแบบแปลนละเอียดพร้อมประมาณการแล้ว จึงนำเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนของระเบียบกฎหมาย  4.ระหว่างการก่อสร้างหรือระหว่างการบริหารสัญญามีการแก้ไขแบบแปลนหรือไม่  5.เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จอดีตนายกเทศมนตรีจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ในการตัดสินใจทุกเรื่อง ทั้งการจัดล๊อคให้แม่ค้าการทำสัญญา การย้ายแม่ค้าพ่อค้า การตัดสินใจให้แม่ค้าขายตรงไหน  6.เมื่อเป็นนโยบายของนายกเทศมนตรี จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในขณะนั้นดร.กิตติภูมิ นามวงค์ ไม่ได้เป็นรองนายกเทศมนตรีแล้ว  เพราะท่านบริหารตลาดอีกหนึ่งปีถึงจะมีการเลือกตั้งใหม่  และ 7.หลังการเลือกตั้ง ดร.กิตติภูมิ นามวงค์ ชนะการเลือกตั้งได้เข้ามาบริหารตลาดต่อ แต่สัญญาแผง ล๊อค ได้ทำกับพ่อค้าแม่ค้าไปหมดแล้ว รวมถึงการตัดสินใจปิดตลาดชั่วคราว เอาแม่ค้าพ่อค้าออกมาอยู่ตลาดร้อยล้านหมดแล้ว ปัญหามันเกิดแล้วทุกอย่างมีแต่ต้องแก้ไขให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น ข้างบนตลาดพ่อค้าแม่ค้าอยู่ไม่เกินครึ่งปีก็ออกไปหาที่ขายแห่งใหม่กันเกือบหมดเหลือเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน


ส่วนเหตุที่เกิดจากใต้ถุนตลาดก็เนื่องมาจากการจัดพื้นที่ที่แม่ค้าพ่อค้าขายของที่ไม่ตรงกับพื้นที่รองรับคือ พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เตรียมไว้ให้พ่อค้าแม่ค้าขายเนื้อ หมู ไก่ ปลา ซึ่งต้องใช้น้ำตลอดรวมถึงน้ำจากพวกนี้จะหยดตลอดและจากถังน้ำแข็งที่ต้องใช้แช่ของสดเหล่านี้ เมื่อพื้นที่ไม่ตรงตามหลักสุขาภิบาล น้ำเสียเหล่านี้ก็ลงไปตามท่อด้านล่างและท่อด้านล่างก็ไม่ได้คำนวณเพื่อรองรับน้ำเสียเหล่านี้ สุดท้ายก็ทั้งรั่วทั้งเหม็นทั้งชุมบางครั้งก็ระเบิดจากการเกิดแก๊สที่หมักของเสีย สร้างความเดือดร้อนตลอดมา

นายกิตติภูมิ ยังได้ระบุว่า เมื่อเข้ามารับตำแหน่งนายกเทศมนตรี ได้แก้ไขปัญหาต่างๆให้ดีขึ้นไปมากแล้วถึงสองครั้งใช้งบประมาณไปมากพอสมควร แต่บางปัญหามันไม่สามารถแก้ได้ทันที เช่นพื้นที่ของพ่อค้าแม่ค้าที่ยังอยู่ในสัญญา สถานที่ข้างบนตลาดไม่เหมาะสมกับสินค้าของพ่อค้าแม่ค้า และที่สำคัญความนิยมของตลาดมันลดลงตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ด้วยความรับผิดชอบจะต้องแก้ไขปัญหาในแต่ละเรื่องต่อไป

นอกจากนี้นายกเทศมนตรียังได้กล่าวว่า ตนเองจะเป็นผู้ยื่นเรื่องไปยัง ปปช.ให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างตลาดหลักเมืองอีกด้วย เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณเกือบร้อยล้าน เพื่อหาความจริงให้ปรากฏว่าโครงการนี้โปร่งใส่หรือไม่ ใครได้ประโยชน์ ใครทุจริต เพื่อให้สังคมได้หายสงสัย เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นการแก้ตัว แต่เป็นเรื่องจริงที่สังคมควรรับรู้

ขณะเดียวกันก็ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า นายกฯกิตติภูมิ บริหารงานมาถึง 8 ปี เหตุใดยังแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ และขอให้ตอบคำถามในการใช้งบประมาณเรื่องอื่นๆด้วย ซึ่งยังมีหลายโครงการที่ประชาชนต้องการรับทราบ เช่นการจัดซื้อจอ LED ที่ติดตั้งอยู่ตามแยกต่างๆในเขตเทศบาล และเรื่องการจัดทำรถบุษบก เมื่อประชาชนสอบถามไปก็ยังไม่ได้รับคำตอบในเรื่องนี้
           
(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1196 วันที่ 14 - 20 กันยายน 2561)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

รวมพลังราชการไทย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support