วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562

พาลูกเมียก่อเหตุ ชิงทรัพย์รถ จยย. หลบหนีลอยนวล

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

 คนร้ายชาย ทำทีให้เมียอุ้มลูกน้อยวัย 5 ขวบ มาขอความช่วยเหลือชาวบ้าน  พอสบโอกาสชิงกระเป๋าเงินขับเก๋งหลบหนี  พอจนมุมไปจอดรถทิ้งไว้ และยังไปชิงรถจักรยานยนต์ขาวบ้านที่เสียบกุญแจรถคาไว้หนีไปอีกต่อหนึ่ง  เจ้าหน้าที่เร่งติดตามคาดได้ตัวเร็วๆนี้

เมื่อวันที่26 กรกฎาคม 2562  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านขายของชำ ในหมู่บ้านวังพร้าว หมู่ 7 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา โดยผู้ก่อเหตุเป็นชาย มากับภรรยาและลูกวัยประมาณ 5 ขวบ ได้ขับรถยนต์เก๋งสีเทาดำหลบหนีไป  หลังรับแจ้งจึงประสานร้อยเวรสอบสวน เข้าทำการตรวจสอบ  เบื้องต้นได้พบกับเจ้าของร้านขายของชำ ให้การว่า ได้มีชายวัยกลางคน ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้ารุ่นเก่า สีเทาดำ ซึ่งตนเองก็จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้  ขับรถมาจอดที่หน้าร้าน แล้วเดินเข้ามาบอกว่าตนเองเพิ่งจะพ้นโทษออกจากเรือนจำ กำลังหาเงินเพื่อที่จะกลับบ้านขอเงินหน่อย  ขณะนั้นก็มีชาวบ้านนั่งพูดคุยกันอยู่ 2-3 คน แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจชายคนดังกล่าว กระทั่งได้ก่อเหตุชิงกระเป๋าเงินของตนเอง ภายในมีเงินสดอยู่ประมาณ 1,000 กว่าบาท  แล้วขับรถยนต์หลบหนีไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนเจ้าของร้านขายของชำอยู่นั้น ก็ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีชายวัยกลางคนพร้อมผู้หญิงและเด็ก มาก่อเหตุชิงรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่ร้านรับซื้อของเก่า เลขที่ 70  หมู่ 4 บ้านม่อนหินแก้ว ต.วังพร้าว  อ.เกาะคา จ.ลำปาง  โดยได้นำรถยนต์เก๋งมาจอดทิ้งไว้  ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.เกาะคา สายตรวจประจำตำบลวังพร้าว พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านบ้านม่อนหินแก้ว หมู่ 4  ผู้ใหญ่บ้านบ้านวังพร้าว หมู่ 7 จึงได้รีบเดินทางไปตรวจสอบ และพบรถยนต์เก๋ง มาสด้า รุ่นเก่า หมายเลขทะเบียน 2 กฌ 8396 กทม. ถูกจอดทิ้งไว้ที่ลานหน้าบ้านหลังดังกล่าว  

นางอรัญญา บุญมา อายุ 77 ปี ชาวบ้าน บ้านไร่อ้อย ต.ศาลา อ.เกาะคา เจ้าของรถจักรยานยนต์ เล่าว่า ชายและหญิง ได้ขับรถเก๋งมาจอดไว้ และทำทีอุ้มลูกมาหา อ้างว่ารถน้ำมันหมด จะขอยืมรถจักรยานยนต์ไปซื้อน้ำมัน  แต่ตนเองไม่ให้ยืมเพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นว่ารถของตนได้เสียบกุญแจทิ้งไว้ ก็ได้วิ่งไปควบรถสตาร์ท และพาลูกเมียขี่รถหลบหนีไปทันที  ตนเองก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะมีผู้สูงอายุอยู่ด้วย  พอได้สติจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

 

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับหลายเส้นทาง  และพบว่าคนร้ายยังได้นำกระเป๋งเงินของผู้เสียหายรายแรกไปทิ้งไว้ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเกาะคาแล้วขับรถหลบหนีไป  ล่าสุดชุดสืบสวน สภ.เกาะคา ได้ติดตามอย่างกระชั้นชิดแล้ว และพอจะมีเบาะแสคนร้ายบ้าง คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้

 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1240 วันที่ 2 - 8 สิงหาคม 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support