วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562

'สุนี' เดินหน้าลำปางเอฟซี 9 ปี ดูแลไม่ทิ้งเตรียมทีมสู้ศึก ทะยานไทยลีก 1

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

สุนียันไม่ขายทีม ทุ่มเทมาตลอด 9 ปีไม่คิดทิ้ง เผยเรื่องทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิด ระบุต้องมีการเตรียมพร้อมทีมหากขึ้นสู่ไทยลีค1 สนามแข่งขันต้องได้มาตรฐาน  ขณะที่สถาบันพลศึกษาได้งบปรับปรุงสนามจึงขอคืน

จากปัญหาดราม่าในโลกโซเชียลมีเดียร์หลังจากมีหนังสือจากสโมสรฟุตบอลลำปางเอฟซี  ขอให้ทางมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง ทำหนังสือรับรองการขอคืนสนามกีฬาจังหวัดลำปางให้กับสโมสรฯ  ลงนามโดยนายบริพัฒน์ สมมี ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลลำปางเอฟซี  ผนวกกับบริษัทสงขลา เอฟซี จำกัด ได้ทำหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เพื่อขอใช้สนามกีฬาติณสูลานนท์ เป็นสนามประจำสโมสรในฐานเจ้าบ้าน ในฤดูกาล 2020 ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนตุลาคม 2563 เนื่องจากสนามกีฬาติณสูลานนท์ เป็นสนามประจำจังหวัดและผ่านการรับรองมาตรฐานจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย(AFC)   ซึ่งในเรื่องดังกล่าว ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง  เนื่องจากการขอคืนสนามของสโมสรฟุตบอลลำปางเอฟซี และการขอใช้สนามของบริษัท สงขลา เอฟซี จำกัด อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน  จึงมีการตีความกันไปต่างๆนานาว่า  ทางสโมสรลำเอฟซี ได้มีการขายสิทธิ์ทีมให้กับสงขลาไปแล้ว และพร้อมจะย้ายบ้านไปในฤดูกาลหน้า

หลังจากนั้นทางกลุ่มกองเชียร์ ซึ่งเป็นทีมแรกๆที่เข้ามาหนุนให้มีการตั้งทีมลำปางเอฟซี ก็ได้มีการโพสต์เฟสบุ๊กความเป็นมาของทีมว่าสร้างขึ้นโดยคนลำปาง ถ้าจะขายทีมก็ต้องสู้กันสักตั้ง  ไม่ยอมให้ชื่อลำปางเอฟซีหายไปจากโลกนี้  ในขณะเดียวกัน นางสุนี สมมี ประธานกิตติมศักดิ์  ก็ได้มีการโพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวเช่นกัน ว่าตนเองเข้ามาทำทีมเพราะอะไร  ยืนยันว่าไม่ทิ้งทีม และจะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่มีการนำหนังสือออกไปเผยแพร่

ลานนาโพสต์ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยัง กองเชียร์กรีนแกงค์รายหนึ่ง ได้เปิดเผยว่า  ได้ยินข่าวว่าอาจจะมีการขายสิทธิ์มานาน 5-6 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีใครออกมายืนยัน หรือเห็นเอกสารต่างๆชัดเจน จนกระทั่งมีหนังสือจากสโมสรลำปางเอฟซี แจ้งไปยังมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ให้ทำหนังสือขอคืนสนามมาให้กับทางสโมสร ทางกลุ่มแฟนบอลจึงปักใจเชื่อว่า น่าจะมีการขายทีมไปแล้ว ไม่เช่นนั้นจะยกเลิกการใช้สนามที่ลำปางทำไม ประกอบกับหนังสือจากบริษัทสงขลาเอฟซีจำกัด ขอใช้สนามติณสูลานนท์มาเป็นช่วงเดียวกันพอดี ทั้งที่ปัจจุบันนี้ทางสงขลาไม่มีทีมฟุตบอล จึงเหมือนกับว่าเป็นการขอใช้สนามเพื่อรองรับอะไรสักอย่าง

การจะขายทีมนั้น ทางกลุ่มกองเชียร์ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ แต่อยากให้ทางสโมสรได้มีการพูดคุยกันสักนิด เพราะกลุ่มกรีนแกงค์ก็เป็นผู้ที่ร่วมทำให้เกิดทีมลำปางเอฟซีมาก่อน หากทางสโมสรบริหารจัดการไม่ไหวจริงๆ  หรือต้องการจะขาย ขอให้บอกกัน เพราะมีพรรคพวกเดียวกันรู้จักคนที่สนใจจะเข้ามาสนับสนุนทีมอยู่  ในกรณีถ้าไม่สามารถหาคนมาทำได้จริง จะขายสิทธิ์ต่อให้คนอื่นก็ไม่มีปัญหา เราอยากให้ชื่อลำปางเอฟซียังคงอยู่ ไม่ใช่ล้มหายตายจากไปแล้วเปลี่ยนชื่อทีมเป็นจังหวัดอื่น  

ด้านนางสุนี สมมี  ประธานกิตติมศักดิ์สโมสรฟุตบอลลำปางเอฟซี  กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้มีการขายสิทธิ์ทีมแต่อย่างใด การขายไม่ใช่จะสามารถทำได้ง่ายๆ ต้องมีเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งทีมที่ขายและทีมที่ซื้อ ตนเองได้เข้ามาบริหารจัดการทีมลำปางเอฟซีมาแล้วถึง 9 ปี  ยอมรับว่าในการบริหารจัดการทีมมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ในปีหนึ่งต้องใช้เงินถึง 8 หลัก  เพราะฉะนั้นจะไม่ทิ้งอย่างแน่นอน

กรณีการทำหนังสือไปถึงรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ที่มีการนำไปปล่อยกระจายข่าวในโซเชียลมีเดียนั้น เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ได้รับงบประมาณปี 2563 เข้ามาทำการปรับปรุงซ่อมแซมสนาม จึงได้มีการพูดคุยทางวาจากันว่าจะต้องคืนสนามให้ทางมหาวิทยาลัย  ทางสโมสรจึงได้ทำหนังสือไปยังมหาวิทยาลัย ว่าขอให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรมาอย่างเป็นทางการ เพื่อจะได้แจ้งให้ทางสมาชิกต่างๆทราบได้  แต่ที่เกิดปัญหาเพราะคนร่างหนังสือไม่เก่ง เรียบเรียบข้อความยังไม่รัดกุมรอบคอบ และตนเองก็ไม่ได้ตรวจสอบก่อน  รวมทั้งมีผู้ไม่หวังดีถ่ายภาพหนังสือนี้ออกมาส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย จนทำให้ตีความกันแบบผิดๆ  สื่อออนไลน์ทั้งหลายก็จับประเด็นไปลงเป็นข่าวโดยที่ไม่มีใครโทรศัพท์มาสอบถามตนสักคำ ทั้งที่ก็เป็นสื่อที่รู้จักกันดี  นางสุนี กล่าว

เรื่องการย้ายสนามไปจังหวัดอื่น ๆ  นางสุนี กล่าวว่า  ได้มีการติดต่อไว้จริง เนื่องจากเราต้องมีการเตรียมความพร้อมของทีมหากได้ขึ้นสู่ไทยลีก1  ขณะนี้ทีมลำปางอยู่อันดับที่ 7 ของตารางก็จริง แต่คะแนนเรานำห่างจากอันดับที่ 3 เพียงไม่กี่คะแนนเท่านั้น ซึ่งเหลือการแข่งขันอีกหลายนัด มีความเป็นไปได้ว่าเราอาจจะติด 1 ใน 3 ของตาราง  เพราะฉะนั้นหากติดอันดับก็ต้องหาสนามแข่งขันที่มีมาตรฐานตามกฎของไทยลีก จะใช้สนามกีฬาจังหวัดลำปางแบบเดิมก็ไม่ได้แล้ว เพราะสนามยังไม่มีมาตรฐานเพียงพอ  ซึ่งได้มองสนามไว้ 2 จังหวัด คือ พิจิตร และสงขลา แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะขอใช้ได้หรือไม่   ส่วนกรณีถ้าทีมของเราไม่ได้ขึ้นสู่ไทยลีก ก็ยังต้องหาสนามกีฬารองรับอยู่ดี เพราะทางมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ ก็ต้องทำการปรับปรุงสนาม ในช่วงแรกอาจจะมีการพูดคุยกันได้ว่าขอใช้สนามถึงช่วงเดือนไหน  แต่อย่างไรก็ต้องส่งคืน  

นางสุนี กล่าวอีกว่า  รู้สึกเสียดายสนามกีฬาด้านหลัง อบจ.ลำปาง ที่ยังติดปัญหาสร้างไม่เสร็จ ซึ่งเดิมที่ตรงนั้นเป็นของ อบจ.ลำปาง และได้มอบให้ทาง กกท.เข้ามาดำเนินการ  ความจริงทาง อบจ.สามารถขอคืนพื้นที่ และนำสนามกีฬามาก่อสร้างเองได้  แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีว่า ไม่มีใครให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง   ส่วนสนามกีฬาที่เทศบาล 7 ก็ถือว่าเป็นสนามที่มีมาตรฐาน  หากมีการพูดคุยกับผู้บริหารได้ และยอมที่จะปรับปรุงก่อสร้างอัฒจันทร์ให้เป็นสนามกีฬาที่ครบวงจร เราก็ไม่ต้องไปขอใช้สนามของจังหวัดอื่น เรื่องนี้คงจะมีการพูดคุยกันต่อไปในอนาคต

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1244 วันที่ 6 - 19 กันยายน 2562)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support