วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

หรือเจ้าชายแห่งอาลัมภางค์จะกลายเป็นเพียงตำนาน

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

กุบกับ กุบกับ เสียงรถม้าลากไปตามท้องถนน เป็นที่คุ้นหูของชาวลำปางที่อาศัยอยู่บริเวณตัวเมืองมาช้านาน

เริ่มจากรัชกาลที่ 5 ทรงสั่งรถม้าเป็นจำนวนมากเพื่อใช้เป็นรถหลวง และหลังจากนั้นรถม้าก็ถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ รถม้าจึงถูกส่งออกไปนอกพื้นที่พระนคร ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีจังหวัดลำปางด้วย

ปัจจุบันจังหวัดลำปางเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ยังคงมีรถม้าให้บริการ ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงลำปางก็จะมีภาพรถม้าฉายเข้ามาในห้วงความคิดอยู่เสมอ ในอดีตรถม้ามีบทบาทเปรียบเสมือนเจ้าชายแห่งลำปาง ไม่ว่าจะเคลื่อนไปทางไหนก็มีความสง่าผ่าเผย บนตัวรถม้าจะมีคนขับประจำหรืออัศวินประจำตำแหน่งอยู่ โดยจะแต่งตัวสไตล์เวสเทิร์นคาวบอย มีรถม้าที่เรียกกันว่า “รถม้าแท็กซี่” คอยรับผู้โดยสารจากสถานีรถไฟเข้าสู่ตัวเมือง ทุกครั้งที่รถม้าเริ่มวิ่งออกไปก็จะเป็นที่ดึงดูดความสนใจแก่นักท่องเที่ยวและผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี แต่ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าในสมัยนี้บทบาทของรถม้าถดถอยลงไปมาก

*เสียงสะท้อนจากเหล่าอัศวินผู้เคียงข้างเจ้าชาย
พันธ์ศักดิ์ ดอกไม้แก้ว อัศวินผู้ประจำอยู่บริเวณหน้าโรงแรมเวียงทองมากว่า 30  ปี บอกว่าในปัจจุบันทั่วจังหวัดลำปางเหลือรถม้าทั้งหมดเพียง 94 คัน การทำมาหากินของคนขับรถม้าค่อนข้างฝืดเคืองต่างจากสมัยก่อนมาก เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซาลงทุกวัน อีกทั้งยวดยานพาหนะก็เพิ่มขึ้น ทุกวันนี้รถม้าอาศัยรายได้ส่วนใหญ่จากนักท่องเที่ยวเท่านั้น อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยประชาสัมพันธ์ และอยากให้มีการส่งเสริมรถม้าควบคู่ไปกับสถานที่ท่องเที่ยวในลำปาง

อีกเสียงสะท้อนจากฝั่งอัศวินฝั่งวัดพระธาตุลำปางหลวง ส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีรายได้เรื่อยๆ วันละเที่ยวสองเที่ยวพอเป็นค่าเลี้ยงม้าได้ ในส่วนของนักท่องเที่ยวมีปัญหาไม่มากเท่าในตัวเมืองเพราะตนเป็นเพียงสาขาลูกที่แยกออกมา แต่อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลความสะดวกในเรื่องของการเลี้ยงม้าให้อย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพียงช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น การติดตั้งน้ำประปาสำหรับให้ม้าดื่มน้ำบริเวณหน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง ส่วนค่าน้ำยินดีจะหารกันจ่ายเอง เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจก็แย่อยู่ลำบาก หากไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องก็อาจจะต้องเลิกราอาชีพนี้ไปเพื่อประกอบอาชีพอื่นแทน

จากเสียงสะท้อนของเหล่าอัศวินผู้เคียงคู่เจ้าชายแห่งอาลัมภางค์มาช้านาน ทำให้เห็นว่าสถานการณ์รถม้าในจังหวัดลำปางเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤติ หากไม่เร่งแก้ไขรถม้าทั้ง 94 คัน คงจะต้องลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนไม่มีภาพรถม้าวิ่งตามท้องถนนให้เห็นในที่สุด ทั้งนี้เจ้าชายจะปลอดภัยหรือไม่ส่วนหนึ่งก็เป็นหน้าที่ของอัศวิน เช่นกันรถม้าจะเลื่องชื่อหรือจะถูกเล่าลือเสียๆ หายๆ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนขับรถม้าด้วย หากคนขับรถม้าปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมก็คงจะไม่มีผู้โดยสารกล้าใช้บริการ แต่หากคนขับมีการให้บริการที่ดี ให้เกียรติอาชีพของตนเองผู้โดยสารก็จะเกิดความประทับใจอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้งอย่างแน่นอน

หลายคนอาจจะมองว่าปัญหาเรื่องรถม้าเป็นเพียงกระจุกเล็กๆ แต่ก็มีหลายครั้งที่เราพลาดสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพราะมองข้ามสิ่งเล็กๆ ไม่ใช่หรือ คำขวัญจังหวัดลำปางมีอยู่ว่า "ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น  เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล   ฝึกช้างใช้ลือโลก" คงเป็นเรื่องน่าเศร้าหากสิ่งเล็กๆ สำหรับบางคนหายไปจากคำขวัญของจังหวัดลำปาง

“เจ้าชายแห่งอาลัมภางค์จะกลายเป็นเพียงตำนานหรือจะลือลั่นต่อไปก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชาวลำปางที่จะต้องตัดสิน”


เกษณี ตั๋นตุ้ย นักศึกษาฝึกงาน สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support