วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

บันทึกบางบทการต่อสู้ ลานนาโพสต์บนทางสายเปลี่ยว

จำนวนผู้เข้าชม เว็บเคาน์เตอร์

นสถานการณ์ความอ่อนไหวของสื่อหนังสือพิมพ์ ห้วงปีที่กำลังจะผ่านไป อาจเป็นห้วงเวลาแห่งความยากลำบากไม่เพียง “ลานนาโพสต์” แต่หมายถึงสื่อหนังสือพิมพ์ทั้งระบบ ซึ่งในกลุ่มหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน เชียงใหม่นิวส์ ได้ปรับตัวเป็นสื่อออนไลน์เต็มรูปแบบแล้ว

ไม่ใช่ธุรกิจเพื่อสร้างผลกำไร หากเป็นการต่อสู้เพื่อยืนหยัดในการทำหน้าที่ “พูดความจริง” สะท้อนปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมในจังหวัดเล็กๆนี้ อย่างครบถ้วน และรอบด้าน ความพยายามเหล่านี้อาจนำมาซึ่งกำลังใจ เล็กๆน้อยๆ จากรางวัลบทนำดีเด่น ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และรางวัลช่อสะอาด ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ที่ได้รับในปีนี้

กำลังใจจากผลงานการได้รับรางวัลระดับชาติ มาพร้อมกับการบั่นทอนกำลังใจ ที่ทำให้ลานนาโพสต์ได้ประจักษ์ถึงความจริงข้อหนึ่ง หลังจากที่ถูกสำนักข่าวใหญ่ในเมืองหลวงอย่างน้อย 3 แห่ง ละเมิดลิขสิทธิ์งานข่าว ว่า การต่อสู้ของสื่อเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเองไม่ได้มีความหมายเลยในสังคมอุปถัมภ์ ที่พวกพ้องสำคัญกว่าความถูกต้อง

สังคมเปลี่ยนไป บริบททางสังคมเปลี่ยนไป ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนไป สังคมไทยแทบไม่ได้ให้คุณค่าความสำคัญของสื่ออิสระ ที่มีจุดมุ่งหมายในเชิงอุดมการณ์ ซื่อสัตย์ต่อความจริง และมุ่งต่อผลประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญอีกต่อไป

ยังไม่ต้องกล่าวถึง บางผู้คนที่ไม่ยอมรับความจริง ไม่ยินดีกับการมีสื่อที่พูดความจริง และยังสำคัญผิดในอำนาจว่า สามารถสยบสื่อที่พูดความจริงได้ ไม่ว่าจะด้วยการข่มขู่ ไม่ว่าจะใช้การฟ้องคดีอาญาด้วยความเข้าใจว่าจะทำให้สื่อตื่นกลัว แต่ความจริงมักชนะเสมอ

เหมือนที่ลานนาโพสต์ ชนะคดีสมาชิกสภาเทศบาลคนหนึ่งทั้งศาลชั้นต้น และอุทธรณ์

คนฟ้องคดีหมิ่นประมาท อาจกลายเป็นจำเลยคดีฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ แต่ด้วยความเมตตา ลานนาโพสต์จึงละเว้นให้ด้วยความยินดี  เอาเวลาไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์  ดีกว่ามาค้าความในเรื่องไร้สาระ และน่าจะรู้ได้ว่าจะแพ้คดี ตั้งแต่แรกที่คิดแล้ว

เรื่องคดีหมิ่นประมาท เป็นเรื่องที่มีความเข้าใจผิดกันมาก เพราะมิใช่เพียงรู้สึกเอาเองว่าตัวเองเสียหาย แล้วจะมาฟ้องหมิ่นประมาท โดยที่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่ององค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทเลย เช่น การพูดในที่ชุมนุม ที่ประชุม หรือในการสัมมนา การถ่ายทอดถ้อยคำที่เป็นประเด็นสาธารณะนั้น ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ความรับผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น จะต้องครบองค์ประกอบความผิด คือ (1).จะต้องมีการใส่ความ คือการยืนยันข้อเท็จจริงที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง (2) เป็นการใส่ความผู้อื่น คำว่าผู้อื่น หมายถึงผู้ที่ถูกกล่าวอ้างถึง หรือผู้เสียหาย และ(3) เป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม คำว่า “บุคคลที่สาม” หมายถึง บุคคลที่ได้ทราบข้อความนั้น โดยมิใช่ผู้กล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาท หรือผู้เสียหาย (4)เป็นการใส่ความโดยประการที่น่าจะทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง   คือฟังได้ว่าอาจทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวถึงเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง คำว่าน่าจะ เป็นการคาดคะเน แม้ผู้ฟังถ้อยคำนั้นอาจไม่รู้สึกถูกดูหมิ่นเกลียดชัง หรือการใส่ความจะไม่เกิดผลจริงจัง ก็ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ และ (5) ผู้ใส่ความจะต้องมี “เจตนา” คือเจตนาที่จะให้บุคคลที่สาม ทราบข้อความนั้นด้วย

ดังนั้น ใครก็ตามที่คิดจะฟ้องหมิ่นประมาทสื่อที่รายงานข่าวตามข้อเท็จจริง และไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท ก็อาจเปลี่ยนข้างไปเป็นจำเลยคดีฟ้องเท็จ แจ้งความเท็จได้

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support